ผลการวิจัย (2)
Item Code : cm006
สำหรับการสำรวจระดับความต้องการของวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมในจังหวัดเชียงใหม่กับการทำธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในภาพรวมผู้ตอบแบบสอบถามมีความต้องการนำธุรกิจพาณอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในองค์กรในระดับมากเรียงตามค่าเฉลี่ย ได้แก่ ด้าน Use email, Basic web site และ On-line store โดยมีค่าเฉลี่ย 4.11, 3.90 และ 3.51 ตามลำดับ ส่วนด้านอื่น ได้แก่ Effective web site, Integration, Advanced e-commerce มีความต้องการในระดับปานกลางผู้ตอบแบบสอบถามมีความต้องการในการนำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไปใช้ระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภคสูงที่สุด คิดเป็นร้อยละ 70.5 รองลงมาคือระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ คิดเป็นร้อยละ 61.25
อภิปรายผลการศึกษา
ด้านความพร้อมของผู้ประกอบการ ความรู้ยังมีไม่มาก โดยเฉพาะความรู้ที่เกี่ยวกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และภาษาต่างประเทศ
ด้านความพร้อมขององค์กร ส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลางถึงน้อย ยกเว้นด้านเทคโนโลยีพื้นฐานมีความพร้อมในระดับมาก
เหตุผลสนับสนุน ยังไม่เห็นความจำเป็นในการทำธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับทรัพยากรมีจำกัด เช่น เงินลงทุน บุคลากร เป็นต้น จึงต้องให้ความสำคัญในการลงทุนด้านอื่นก่อน
ด้านความต้องการ จากการศึกษาพบว่า กิจการส่วนใหญ่มีความต้องการในการนำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในระดับปานกลาง โดยต้องการนำมาใช้มากที่สุด 5 อันดับแรก คือ ด้านการรับส่งอีเมล์ ( Use email) การมีเว็บไซต์ที่จะให้ลูกค้าติดต่อกับบริษัท การมีโบรชัวร์บนเว็บไซต์ ( Basic web site) การเก็บข้อมูลลูกค้า ความสามารถในการรับคำสั่งซื้อสินค้าหรือสั่งจองการบริการผ่านทางเว็บไซต์ และการสอบถามความพึงพอใจเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการจากลูกค้าหลังจากได้ใช้สินค้าหรือบริการแล้วผ่านทางเว็บไซต์ ( Online store) ซึ่งสอดคล้องกับการทำธุรกิจพาณิชย์ในหลายประเทศ (Kula & Tatoglu, 2003) และเป็นก้าวที่สำคัญในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ต่อไป
ด้านปัญหา อุปสรรค และแนวโน้มการทำธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จากการศึกษาพบว่า ปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญที่สุดคือ ความรู้ความเข้าใจของผู้ประกอบการเองเกี่ยวกับการทำธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การขาดแคลนบุคลากรและเงินทุนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสอดคล้องกับการวิจัยที่ผ่านมาของอภิชยา สีหมนตรี (2546) ที่พบปัญหาเรื่องบุคลากรไม่มีความพร้อมด้านคอมพิวเตอร์และภาษาเพื่อใช้ติดต่อลูกค้า อย่างไรก็ตามกิจการส่วนใหญ่มีแผนที่จะพัฒนาระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยการจ้างบุคคลอื่นที่เป็นผู้เชี่ยวชาญมาดำเนินการให้ โดยมีการตั้งงบประมาณเริ่มแรกไว้ที่ 15,000-50,000 บาท ซึ่งเป็นงบที่อยู่ในช่วงที่ผู้เชี่ยวชาญที่ให้สัมภาษณ์แนะนำเช่นกัน
ข้อเสนอแนะ
แนวทางการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ ควรได้ตระหนักถึงความสำคัญของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยการหาความรู้จากการขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ต้องเข้าใจธุรกิจ สินค้าและบริการ และลูกค้าของตนเองมีความมุ่งมั่นและอดทน, ความกล้าเสี่ยง/กล้าทดลอง หรือหาบุคลากรด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มารับผิดชอบโดยเฉพาะ, พัฒนาสินค้าและบริการอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการวางแผนการตลาดที่เหมาะสม , การพัฒนากระบวนการส่งสินค้าและพัฒนาระบบสารสนเทศพื้นฐานในองค์กร (Email, Web site, e-Payment, Back-office systems, CRM, SCM)
การนำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มาใช้ ธุรกิจไม่จำเป็นต้องนำมาใช้เต็มรูปแบบ อาจดึงเฉพาะบางขั้นตอนที่สามารถนำมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจตามปกติ ที่ต้องมีแนวคิดธุรกิจเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเพียงเครื่องมือในการช่วยอำนวยความสะดวก นอกจากนั้น ผู้ประกอบการควรพิจารณาสินค้าและธุรกิจที่ตนดำเนินการอยู่ว่ามีความเหมาะสมกับการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ เนื่องจากสินค้าหรือธุรกิจบางประเภทอาจไม่เหมาะที่จะทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ เช่น ธุรกิจที่ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน สินค้าที่มีความเฉพาะและไม่สามารถสร้างให้เป็นมาตรฐานได้ (Touch & Feel)
ข้อเสนอแนะสำหรับภาครัฐ ควรส่งเสริมสนับสนุนการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง, การจัดตั้งศูนย์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในการให้คำปรึกษา และการตรวจสอบการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้โปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้าในการทำธุรกรรมผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์, การออกกฎหมายที่เอื้อต่อการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และให้มีการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง ครบทุกด้าน รวมทั้งเผยแพร่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้, การส่งเสริมให้มีการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการซื้อสินค้าและบริการภายในประเทศ รวมถึงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคด้านเครือข่ายพื้นฐานที่ครอบคลุม และราคาประหยัด
"Please contact bananaclick@gmail.com for quotation."