จากกรุงเทพฯ
Item Code : cm001
หนึ่งในผู้เข้าร่วมสัมมนากว่า 400 คนที่ฟังผมบรรยายเรื่อง E-Commerce : The power of Marketing ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อกลางเดือนกันยายน ที่ผ่านมาคือ รศ.ดร.นิตยา เจรียงประเสริฐ อาจารย์ประจำภาคคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งขณะนั้น ท่านทำโครงการวิจัยเรื่อง ความพร้อมและความต้องการของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในจังหวัดเชียงใหม่กับการทำธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การบรรยายในวันนั้น สอดคล้องกับผลวิจัยบางส่วนของท่าน วันสัมมนา เรื่อง เสริมพลังการตลาดด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดขึ้น ในวันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2548 ท่านจึงเสนอชื่อผมเข้าไปเป็นวิทยากรบรรยายในวันดังกล่าว
ผมตอบรับด้วยความยินดี เพราะวันที่บรรยายเสร็จจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ดร.รุ่งโรจน์ เบญจมสุทิน ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาธุรกิจขนาดกลางและย่อม ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้มอบของที่ระลึกเป็นกรอบภาพนูนต่ำของพระครูบาศรีวิชัย นักบุญผู้เป็นที่เคารพนับถือของชาวล้านนา ซึ่งช่วงนั้นผมก็นึกในใจว่าปลายปีนี้ต้องหาเวลาขึ้นไปกราบท่านที่เชียงใหม่ เพราะไม่ได้ไปตั้งนานแล้ว พอเสร็จสัมมนาไม่นานนัก ผมก็ได้รับอีเมล์จาก อาจารย์ก้องภู นิมานันท์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ติดต่อประสานงานเพื่อให้มาบรรยายในเรื่อง เสริมพลังการตลาดด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เราติดต่อประสานงานกันตั้งแต่เรื่องการส่งประวัติ และสไลด์ที่จะนำเสนอในงานทางอีเมล์ โดยกำหนดออกเดินทางด้วยเครื่องการบินไทย เวลา 16.10 น. ของวันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน และจะเดินทางกลับในวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน เวลา สามทุ่มเศษๆ โดยมีผู้เตือนว่าเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพ-เชียงใหม่นั้นควรจองเนิ่นๆ เนื่องจากที่นั่งจะเต็มเกือบทุกเที่ยว
ผมรู้ว่าการจราจรที่กรุงเทพฯนั้นจะติดขัดมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเย็นวันศุกร์ จึงออกเดินทางจากบ้านที่ถนนบรมราชชนนีตั้งแต่ตอนบ่ายสองโมงครึ่ง คะเนว่าคงกินเวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมง เผื่อรถติด และก็ตรงตามคาด ช่วงวิภาวดีก่อนจะถึงสนามบินดอนเมือง มีหยุดเป็นระยะพอให้รู้ว่ายังอยู่ในกรุงเทพฯ แล้วมาติดอีกทีตรงหน้าท่าส่งผู้โดยสารเพราะวันนั้นมีผู้ต้องการเดินทางกลับเป็นจำนวนมาก หลังจากตรวจสัมภาระด้วยเครื่องเอ็กซเรย์แล้วก็ไปที่หน้าเคาน์เตอร์เพื่อขอบัตรโดยสารจากพนักงาน ซึ่งเพียงแต่ยื่นบัตรประชาชนให้เขา ก็ได้ตั๋วแล้ว ตอนแรกผมว่าจะแวะทานอาหารรองท้องไปก่อน เพราะถ้าไม่ใช่เที่ยวบินระหว่างมื้อเขาก็จะแจกถุงถั่วกับเค้กชิ้นเดียวเท่านั้น แต่พอดูหน้าตั๋วประทับเวลาขึ้นเครื่องเป็น 15.30 น. ก็ต้องตัดใจ เพราะเวลานั้นเข็มยาวนาฬิกาสนามบินกระดิกไปชี้ที่ เลข 10 หมายถึงสามโมงห้าสิบนาทีแล้ว เลยเดินไปรอที่หน้าประตู พร้อมขึ้นเครื่องดีกว่า เนื่องจากมีประสบการณ์ต้องขึ้นไปนั่งรอผู้โดยสารอื่นบนเครื่องตั้งนาน จึงไม่อยากทำตัวเป็นภาระใคร หลังจากนั่งรอ 20 นาที ซึ่งเป็นเวลา 16.10 น. ผู้โดยสารที่จะไปเชียงใหม่มาตั้งแถวรอหน้าประตูพร้อม ผมไปเข้าคิวรู้สึกจะอยู่คนที่สามสิบจากหัวแถว ก็ได้ยินเสียงประกาศขออภัยจากลำโพงสนามบิน ว่าเที่ยวบินกรุงเทพ-เชียงใหม่ ต้องเลื่อนเวลาออกไปอีก เนื่องจากช่วงเวลานี้มีเครื่องบินเข้าเยอะ หากลงจอดได้แล้วจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง........
สิ้นเสียง ผู้โดยสารก็สลายแถว แยกย้ายกันไปนั่งตามเดิม บางคนถอนหายใจ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความล่าช้าของเที่ยวบินหรือที่นั่งเดิมของตนถูกผู้อื่นยึดกุมไปแล้ว ผมได้แต่คิดว่าปัญหาการจราจรของกรุงเทพฯ มันชักจะหนักหนาสาหัสขึ้นทุกวัน แม้กระทั่งบนท้องฟ้า ยังไม่ละเว้น....
"Please contact bananaclick@gmail.com for quotation."