family
Item Code : fm001
วันพุธ (21 กย.) ตอนตีห้า ผมต้องสะดุ้งตกใจตื่นขึ้นมา เพราะมีเสียงโทรศัพท์ พอรับสายก็พบว่าเป็น คุณพ่อของผมเอง ท่านโทรมาบอกว่าไม่สบายมาก ตั้งแต่ตอนตีหนึ่งแล้ว แต่เกรงใจลูก ต้องทนปวดหัวมาตั้งสี่ชั่วโมงจนไม่ไหวแล้วจึงโทรมา อยากจะให้ลูกพาไปส่งโรงพยาบาล เพราะมึนศรีษะ ไอ และขยับตัวไม่ค่อยได้เลย...
ผมจึงต้องรีบบึ่งรถจากกรุงเทพฯไปบางไทร โดยใช้เวลาห้าสิบห้านาทีไปเยี่ยมท่านพร้อมคุณแม่ พอไปถึงบ้านที่บางไทร พบว่าคุณพ่อนอนซมอยู่ ทั้งที่ปกติท่านจะเป็นคนแข็งแรงและกลับเป็นฝ่ายขับรถมาเยี่ยมพวกเราที่กรุงเทพฯด้วยซ้ำ ท่านบอกว่าคืนวาน จู่ๆ ก็เกิดมึนหัวขึ้นมา ปวดกล้ามเนื้อมาก จนไม่อยากขยับไปไหน สู้ทนนอนไปสักพัก คิดว่าจะหายไปเอง แต่ดูเหมือนยิ่งจะทรุดหนัก เลยตัดสินใจยกหูโทรศัพท์ตามผมมาพาไปหมอดีกว่า (ช่วงที่ผมแต่งตัว ท่านยังอุตส่าห์โทรมาว่า นึกขึ้นได้ว่าผมต้องมีสอนบ่ายวันเดียวกัน เลยบอกว่าไม่ต้องขับรถมา เดี๋ยวจะโทรบอกมอเตอร์ไซด์มารับไปส่งโรงพยาบาลก็ได้- แต่ผมไม่ยอม ต้องโกหกว่ามีของจะเอาไปเก็บที่บ้านหลังนั้นด้วย)
พวกเรานั่งคุยถามสารทุกข์สุขดิบ แล้วก็ปรามพ่อว่าอย่าทำงานหนัก เพราะเมื่อวานพ่อบอกต้องไปถางหญ้าหน้าบ้านที่เริ่มรกออก เราเคยปรามพ่อหลายหนแล้วเกี่ยวกับเรื่องทำงาน ด้วยวัย 68 ปีที่ผ่านมา พ่อทำเพื่อพวกเรามามาก เราก็อยากตอบแทนให้พ่อเกิดความสบายบ้าง (เพราะไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทอง) แต่พ่อก็บอกว่าไม่อยากอยู่ว่างๆ รู้สึกว่าเป็นคนไร้ค่า!?
โรงพยาบาลที่บางไทรเปิดแปดโมงครึ่ง พ่อบอกว่าต้องไปรับบัตรคิวก่อน ผมจึงพาพ่อและแม่ไปรับบัตรคิวที่โรงพยาบาล ทั้งที่เราไปก่อนเปิดทำการเกือบชั่วโมง แต่หมายเลขบัตรคิวที่รับคือ 48 !? เจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีคนมารับบัตรคิวแรกตั้งแต่ตีห้า !?!
พอถึงเวลาเปิดทำการ คุณหมอมาท่านเดียวกับคนไข้ที่มายืนออกว่าห้าสิบคน พยาบาลและเจ้าหน้าที่พยายามวางระเบียบคิวให้คนไข้ทะยอยเข้าพบแพทย์ เขาบอกว่าที่วันนี้คนเยอะมากเพราะมีผู้ป่วยสูงอายุทั้งความดัน และโรคเบาหวานนัดไว้มาก รายล้อมรอบตัวผมจึงเป็นผู้ป่วยที่สูงวัย กับสังขารที่กร้านโลก หากนับรวมอายุคนในบริเวณนั้นแล้วก็คงไม่น้อยกว่าสามพันปี
ชั่วแวบความคิด ผมรู้สึกตัวเองแปลกแยกทันที เพราะผู้ป่วยเหล่านี้ ไม่มีบุตรหลานที่คอยพยุง หรือพามาเลย ทั้งที่บุพการีบางคนเดินมือไม้สั่น จะล้มมิล้มแหล่ บางคนต้องนั่งรถเข็นโดยมีพยาบาลเข็น เพราะเหลือขาเพียงข้างเดียว พวกเขาเหล่านี้ไม่มีทายาทหรือ ?! พวกเขาไม่มีคนดูแลหรือ ?!
ผมว่าในกลุ่มคนเหล่านี้ ต้องมีทายาทหรือบุตรหลาน แต่เนื่องจากเป็นวันทำงาน พวกเขาเหล่านั้นอาจจะอยู่ในระหว่างการเดินทางไปทำงาน หรือกำลังหมกมุ่นกับงานบนโต๊ะอย่างขมักเขม้น เพื่อหาเงินหรือรายได้มาส่งเสียเลี้ยงดู หรือเป็นค่ารักษา พ่อแม่ หรือญาติผู้อาวุโสของเขาทั้งหลาย
ถึงคิวคุณพ่อผมรักษา คุณหมอสันนิษฐานว่าเป็นไข้หวัด เนื่องจากอากาศช่วงนี้มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง หากร่างกายอ่อนแอ ก็จะมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็วประกอบกับอายุเริ่มมากแล้ว คุณหมอแนะนำว่าอยากให้พักผ่อนและดื่มน้ำอุ่นมากๆ และไม่ควรอาบน้ำในช่วงกลางคืนเนื่องจากอากาศหนาว
ผมไปส่งคุณพ่อนอนพักที่บ้าน พร้อมคุณแม่ที่จะอยู่ดูแลคุณพ่อที่นั่น ส่วนผมขับรถกลับกรุงเทพฯ คนเดียวเพื่อมาสอนหนังสือต่อในช่วงบ่าย ระหว่างทาง คุณวินิจ ลูกค้าที่อ่านเจอข่าวอบรมทำเว็บไซต์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์โทรเข้ามาสอบถามรายละเอียด ผมอธิบายการชำระเงินผ่านเว็บไซต์ เขาไม่แน่ใจ บอกมีวิธีโอนเงินอื่นหรือไม่ ผมจึงส่ง SMS ชื่อธนาคาร, หมายเลขบัญชีธนาคารเพื่อโอนเงินไปเข้ามือถือเขา แจ้งราคาเสร็จสรรพ 3,000 บาท หลังจากส่ง SMS ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เขาก็โทรมาบอกว่าโอนเงินให้เรียบร้อยแล้ว อย่าลืมสำรองที่นั่งให้เขาด้วย
ผมขับรถมาถึงกรุงเทพฯเที่ยงครึ่งพอดี มีลูกค้าอยากได้ตัวอย่างสินค้ากล้วยตาก ในรถผมมีอยู่กล่องหนึ่งจึงข้ามถนนไปส่งไปรษณีย์ที่ทำเนียบรัฐบาลซึ่งอยู่ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี วิทยาเขตพณิชยการพระนคร จากนั้นจึงข้ามมาสอนหนังสือตามปกติ
ในห้องเรียน ผมสอนเรื่องกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ โดยกล่าวถึงการส่งอีเมล์แจ้งธุรกิจเราให้กลุ่มเป้าหมายทราบ โดยเปิดจากเมล์ BananaClick@gmail.com ซึ่งเป็นช่องทางให้ลูกค้าติดต่อเข้ามา ผมพบว่ามีการทำรายการจองอบรมวันที่ 29 กย. ของคุณสุรพงษ์เข้ามาอีกหนึ่งรายการเป็นมูลค่า 2,000 บาท (ราคาพิเศษสำหรับสมาชิก BananaClick Center)
วันนี้ผมมีรายได้เข้ามาแล้วทันที 5,000 กว่าบาท โดยช่วงเช้าใช้เวลาดูแลคุณพ่อ , ช่วงบ่ายมาสอนหนังสือ (ถ้าสถาบันการศึกษาติดกล้อง แล้วถ่ายทอดผ่านอินเทอร์เน็ตได้ ผมอาจไม่ต้องเปลืองค่าน้ำมันรถมาสอน เพราะสามารถบรรยายที่บางไทรได้เลย)
การทำธุรกิจวันนี้ หากเข้าใจเรื่องของไอที ใช้มือถือติดต่อสื่อสาร, ส่ง SMS ได้ มีเว็บไซต์ไว้รับเงินแทนหน้าร้านและแคชเชียร์ สามารถใช้ระบบขนส่งของภาครัฐ (ประหยัดเพียงยี่สิบบาท) เราก็สามารถมี เวลา อยู่กับครอบครัวมากขึ้น
ไม่ว่าผมสอนที่ไหน ก็จะพยายามให้ทุกท่านเรียนรู้ และเข้าใจถึงความจำเป็นเหล่านี้ เพราะได้ประโยชน์ในแง่ธุรกิจและความอบอุ่นในครอบครัว
ถ้าวันนี้ท่านยังเห็นว่าการทำเว็บไซต์เป็นเรื่องยากเย็นเกินไป ผมก็ขอแค่กลับไปกอดคุณพ่อคุณแม่หรือผู้มีพระคุณของท่านก่อนก็แล้วกัน ผมทดสอบมาแล้วครับ ไม่ลำบากสักนิดเลย! รับรอง!!!!!!!!!!!!!!
สมัครสมาชิก Banana Click Center ที่นี่
อบรมเชิงปฏิบัติ Ecommece ชำระค่าสมัครราคาพิเศษ ที่นี่
"Please contact bananaclick@gmail.com for quotation."